ฝ่ายป้องกันควบคุมโรคและสุขศึกษาประชาสัมพันธ์

งานป้องกันและควบคุมโรค
งานป้องกันควบคุมโรค
งานระบาดวิทยา
งานเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT)
เอกสารดาวน์โหลด
 

งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์
มาตรฐานงานสุขศึกษา
นโยบายงานสุขศึกษา
ทรัพยากรการดำเนินงาน
ข้อมูลสารสนเทศ
แผนการดำเนินงาน
กิจกรรมสุขศึกษา
การนิเทศงานสุขศึกษา
การประเมินผล
การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ
การวิจัย
ผลลัพธ์การดำเนินงาน
เอกสารดาวน์โหลด
 

แนะนำหน่วยงาน
Skill ทักษะ
ข้อมูลทั่วไป
เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค
ระบบการทำงาน
รูปแบบการทำงาน
Shared Value การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
 

ความรู้เรื่องโรคติดต่อ
โรคเรื้อน (Leprosy)
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โรคอุจจาระร่วง
โรคอีสุกอีใส
โรคโปลิโอ
 


บริการ Online
>รับเรื่องร้องเรียน
 







สถิติผู้เยี่ยมชม
วันนี้ 9
เดือนนี้ 9
ทั้งหมด 20618

 


leftbox
Login:
Password:
ลืมรหัสผ่าน
สมัครใช้งาน
มาตรฐานงานสุขศึกษา


แนวคิดและหลักการ
                ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับพุทธศักราช 2550 ได้บัญญัติไว้ในเรื่องสิทธิการได้รับบริการสาธารณสุข  และสวัสดิการจากรัฐ       ตามมาตรา 51 ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกัน  ในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน  และตามมาตรา 80 ให้ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพ  ที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ  อันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและส่งเสริมเอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุขอย่างมีมาตรฐานนั้น

 มาตรฐานงานสุขศึกษา กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

                สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.. 2550  ที่รับรองสิทธิของบุคคล  ที่จะได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างมีมาตรฐาน  จึงให้มีการปฏิรูประบบสุขภาพ  เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนด้านสุขภาพในทุกระดับ  กอร์ปกับสภาวะที่ประเทศไทย  ต้องประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ  ทำให้รัฐต้องปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการภายในประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการ  ซึ่งเป็นที่มาของนโยบายการปฏิรูประบบราชการ  งานสาธารณสุขเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการ  ที่ต้องมีการปฏิรูป  โดยมีแนวคิดของการปฏิรูปเป็นองค์รวมทั้งระบบภายใต้หลักการ คุณภาพบริการ  ผสมผสานองค์รวม และต่อเนื่อง   ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ  ตลอดจนองค์กรต่างๆ  ตระหนักถึงความสำคัญ ในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานขององค์กร  เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการให้บริการต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากความสำคัญของ การประกาศนโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  ตั้งแต่ปี 2545 ที่มีเป้าหมายการรณรงค์ให้เป็นปีเริ่มต้นปีแห่งการสร้างสุขภาพ  มุ่งหวังให้ประชาชน  องค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐ  และเอกชนได้รับรู้  ตระหนัก  ใส่ใจการสร้างสุขภาพมากกว่าการซ่อมสุขภาพ  สิ่งที่กล่าวข้างต้นนี้จะประสบผลสำเร็จได้ด้วย  ต้องมีการพัฒนาให้บุคคล  ครอบครัว  และชุมชนมีองค์ความรู้และทักษะจนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ    ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ  ฉบับที่ 10   .. 2550-2554  ใช้หลักการในการมุ่งสร้างระบบสุขภาพพอเพียง  เพื่อสร้างให้สุขภาพดี  บริการดี   สังคมดี ชีวิตมีความสุขอย่างพอเพียง  ภายใต้แนวคิดหลักที่ให้หลักประกันและคุ้มครองสุขภาพได้กำหนดให้มีเป้าหมายการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนและเครือข่ายบริการปฐมภูมิที่เข้มแข็ง  หลักประกันคุณภาพที่เป็นธรรม  ทั่วถึง  มีคุณภาพ (แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ พ.. 2550-2554 ; หน้า7-8) ให้มีการบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค  รักษาพยาบาล  ฟื้นฟูสภาพและคุ้มครองผู้บริโภค   ซึ่งได้ใช้ยุทธศาสตร์ที่ 3 เน้นการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ  ที่ใส่ใจต่อความทุกข์ยาก  และความลำบากใจทั้งในส่วนของผู้รับและผู้ให้บริการ      ด้วยการสร้างระบบการจัดการที่เป็นธรรม  มีความเห็นอกเห็นใจกัน  และมีความภาคภูมิใจ  และพึงพอใจในประสิทธิภาพและคุณภาพมาตรฐานการบริการ ร่วมกันภายใต้นโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า   (แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ พ.. 2550-2554 ; หน้า  61) 

                ทั้งนี้ กระแสการปฏิรูประบบสุขภาพ   รวมทั้งนโยบายสาธารณสุข ได้สนับสนุนและให้ความสำคัญกับการสร้างสุขภาพมากกว่าการซ่อมสุขภาพ เป็นระบบสุขภาพเชิงรุกให้ทั่วถึงและครอบคลุม ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ  การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพทั้งในระดับบุคคล  ครอบครัวและชุมชน      ให้ทุกคนในครอบครัวมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม  อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชน   ภารกิจของรัฐจะต้องให้บริการทางสุขภาพและสร้างเสริมการเรียนรู้ของประชาชนเรื่องสุขภาพให้เพียงพอ  และสามารถดูแลสุขภาพของตนเองครอบครัวและจัดการปัญหาในระดับชุมชนรวมทั้งสังคมได้  งานสุขศึกษาเป็นกระบวนการเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านสุขภาพที่ต้องเข้าถึงบุคคล  ครอบครัวและชุมชนได้อย่างทั่วถึง เสมอภาคและมีมาตรฐานเดียวกัน ส่งผลต่อการสร้างเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม   สามารถดูแลสุขภาพของตนเอง   ครอบครัวและชุมชนได้แบบองค์รวม

                ด้วยเหตุผลดังกล่าว  กองสุขศึกษาได้ตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพระบบงานให้ได้มาตรฐาน ที่จะช่วยให้กระบวนการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของหน่วยงานในส่วนภูมิภาคมีความชัดเจน  โดยมุ่งหวังว่าคุณภาพงาน  ที่ได้รับผลมาจากการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานงานสุขศึกษา   จะช่วยให้การดำเนินงานสาธารณสุขในภาพรวมจากการ บูรณาการ   เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม  สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป้าหมายให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์  และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  จึงได้มีการปรับปรุงมาตรฐานงานสุขศึกษาของสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับขึ้น   โดยเพิ่มดัชนีชี้วัดด้านผลลัพธ์กระบวนการดำเนินงาน  ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ 10 ขณะเดียวกันก็ได้มีการปรับเนื้อหา  ปรับประโยคและจัดเรียงเนื้อหาให้ง่ายชัดเจน  เหมาะสมสอดคล้องตามสภาพของสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ ประกอบด้วย กำหนดโครงสร้างจำแนกเป็น 4 หมวด 10 องค์ประกอบ 16 ตัวชี้วัด และสถานีอนามัย/ศูนย์สุขภาพชุมชน  มี 39  เกณฑ์ โรงพยาบาลชุมชน  มี 49   เกณฑ์ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป  มี 50  เกณฑ์    โดยใช้รูปแบบการมีส่วนร่วมจากผู้ปฏิบัติงานด้านสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ   จากหน่วยงานพหุภาคีที่เกี่ยวข้อง   และผู้เชี่ยวชาญ  ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่างๆช่วยปรับปรุงมาตรฐานงานสุขศึกษาฉบับนี้     เพื่อสามารถใช้เป็นแนวทางในกระบวนการดำเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพต่อกองสุขศึกษาจึงได้พัฒนาปรับปรุงมาตรฐานงานสุขศึกษาในปัจจุบันเพื่อให้

1.     ผู้รับผิดชอบงานสุขศึกษาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานสุขศึกษา  และพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้บรรลุวัตถุประสงค์  เป้าหมายการสร้างเสริมสุขภาพ  รวมทั้งลดอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้และโรคที่เจ็บป่วยบ่อย

2.     เป็นการประกันคุณภาพของบริการด้านความรู้และข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพตามสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตามนโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

 

ประโยชน์ของการพัฒนางานสุขศึกษาตามมาตรฐาน

1.       ประโยชน์ของหน่วยงาน / องค์กร

สถานบริการสาธารณสุข  สามารถดำเนินงานสร้างสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ  จะส่งผลในการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของโรคที่สามารถป้องกันได้  และลดความรุนแรงของโรค

2.       ประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน

เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ  มีแนวทางการดำเนินงานบริการสุขภาพที่เน้นการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ โดยมีนโยบายปัจจัยนำเข้า  และกระบวนการดำเนินงานสุขศึกษาที่ผสมผสานบริการด้านสร้างเสริมสุขภาพและซ่อมสุขภาพ  ทำให้เกิดระบบการบริหารจัดการที่ดีและมีคุณภาพ

3.       ประโยชน์ต่อประชาชน

ประชาชนได้รับบริการความรู้  และข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความจำเป็นในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ  รวมทั้งการพัฒนาทักษะด้านสุขภาพที่จำเป็นในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของตนเอง  ครอบครัว  ชุมชน

 

 





บริการ เว็บไซต์และระบบจัดการออนไลน์
เข้าระบบจัดการ Web Site หรือสมัครใช้งาน คลิกที่นี่